KNOW

posted on 11 Apr 2010 01:51 by snicklez

เย็น : เย็น

โรงเรียนเลิกแล้ว : ต้องกลับบ้านแล้ว

อากาศแสนดี : อากาศหม่นมัว

ตะวันเกือบลับฟ้า : มีแต่แสงไฟ

เด็กชายตัวน้อย : เด็กชายตัวน้อย

เดินเรื่อยเฉื่อยแฉะ : เร่งรีบขึ้นรถ

มุ่งหน้ากลับบ้าน : ขึ้น ลง ขึ้น ลง

เดิน ๆ วิ่ง ๆ : ผู้คนเบียดเสียด

เดี๋ยวก็ถึงบ้าน : กว่าจะถึงบ้าน

บังเอิญ เหลือเกิน : ผ่านกองขยะ

เจอแอปเปิ้ลแดง : เจอตะขบแดง

กลิ้งอยู่ข้างทาง : เกลื่อนเต็มข้างทาง

เดินเข้าไปเก็บ : เดินเข้าไปดู

ใจนึกสงสัย : ใจนึกสงสัย

เก็บใส่กระเป๋า : รีบเก็บใส่ถุง

แล้วเดินกลับบ้าน : รีบวิ่งกลับบ้าน

เจอยายถามยาย : เจอคนรอรถ

เจอป้าถามป้า : ถามลูกอะไร

แต่ไม่มีใครรู้จัก : ไม่มีใครตอบ

ลูกไม้สีแดง : ผ่านใคร  ผ่านใคร

นี่ลูกอะไร : ไม่มีใครตอบ

เจอลุงถามลุง : เจอลุงหน้าบ้าน

ของขวัญจากฟ้า : บอกไม่มีประโยชน์

จงเก็บเอาไว้ : เจ้าจงทิ้งไป

นี่แหละสำคัญ : มันไม่สำคัญ

เด็กชายได้ยิน : เด็กชายได้ยิน

ดีใจหนักหนา : ผิดหวังหนักหนา

ของขวัญจากฟ้า : ใจคิดว่าดี

จะรักษาให้ดี : เป็นของมีค่า

ผ่านไป ผ่านไป : เลยโยนทิ้งไป

กลิ่นเน่าคละคลุ้ง : โยนทิ้งไปไกล

เทิดทูนบูชา : ไม่คิดตรวจตรา

ด้วยความไม่รู้ : ด้วยความไม่รู้

เขาบอกว่าดี : ว่ากินแล้วหวาน

ก็เชื่อว่าดี : ลูกเล็กสีแดง

เหม็นเน่าคละคลุ้ง : อร่อยมากมาย

ก็ยังว่าดี : เห็นมันไร้ค่า

เด็กชายไม่ผิด : เด็กชายไม่ผิด

แต่เด็กไม่รู้ : แต่เด็กไม่รู้

ความรู้ยังน้อย : ความรู้ยังน้อย

เชื่อคนอื่นเขา : เชื่อคนอื่นเขา

เน่ามากแค่ไหน : หอมหวานแค่ไหน

ก็อยากเอาไว้ : ก็อยากทิ้งไป

โธ่เด็กน้อยเอ๋ย : โธ่เด็กน้อยเอ๋ย

นั่นแค่แอปเปิ้ล : นั่นคือตะขบ

นั่นแค่แอปเปิ้ล : นั่นคือตะขบ

นั่นแค่แอปเปิ้ล : นั่นคือตะขบ

แอปเปิ้ล เท่านั้น : ตะขบ กินได้

จงคิดให้ดี : จงคิดให้ดี

บางอย่างของเน่า : บางอย่างของดี

ก็จำต้องทิ้ง : แต่คนมองเลว

แรกเห็นว่างาม : ภายนอกย่ำแย่

ยามนี้หาใช่ : ภายในหอมหวาน

น้ำลดตอผุด : มองดูให้ดี

อย่าเชื่อคำใคร : อย่าเชื่อคำใคร

เจ้าคิดเองได้ : เจ้าคิดเองได้

คิดเองก็ได้ : คิดเองก็ได้

คิดเองคิดได้  : คิดเองคิดได้

เชื่อเถอะ...!!! : เชื่อเถอะ....!!!

เจ้าจงตรองดู  : เจ้าจงตรองดู

 -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เขาว่าอย่างไร

อย่าเพิ่งเชื่อเขา  เรารับรู้ 

จดจำ  แล้วตรองดู

สืบค้น สืบหาความจริง

ที่มา  ประโยชน์

แล้วตรองทั้งหมดดู

ด้วยตนเองเถิด

หากผิด  เพราะเจ้าตรองผิดเอง อย่าให้ผิดเพราะเจ้าเชื่อเขา

หากเอาแต่เชื่อ

จะไม่เกิดการเรียนรู้เลย

มนุษย์ เกิดมา เพื่อเรียนรู้ 

edit @ 11 Apr 2010 02:45:34 by hi n!

edit @ 11 Apr 2010 02:48:15 by hi n!

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

วิธีนำเสนอเจ๋งดีครับ เล่าสองเรื่องคู่กันไป
เนื้อหาก็คมมาก ชอบครับconfused smile Hot!

#1 By Ruchesmowse on 2010-04-11 03:19

Hot!
มาดี
เจ๋งดี
ฮาดี
แต่งดี
จบดี
Hot!

#2 By namtansign on 2010-04-11 03:20

ว้าว........ตื่นเต้นจัง

มีคนมาเม้นให้ด้วย

555

#3 By hi n! on 2010-04-11 03:30

ผมชอบนะ ร้อยเรื่องเรื่องราวได้สนุกและมีคติสอน

อยากให้เด็กๆ ได้อ่าน ยิ่งผู้ใหญ่ยิ่งต้องอ่าน

#4 By ฟองจันทร์ on 2010-04-11 07:18

กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการคือ

1. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
2. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
3. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
4. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
5. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
6. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
7. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
8. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
9. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
10. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

ปัจจุบันแนวคิดและหลักสูตรที่สอนให้คนมีเหตุผลไม่หลงเชื่องมงาย ได้รับการบรรจุเป็นวิชาบังคับว่าด้วยการสร้างทักษะการคิดหรือที่เรียกว่า "การคิดเชิงวิจารณ์" (Critical thinking) ไว้ในกระบวนการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยของประเทศพัฒนาแล้ว

กาลามสูตร แปลว่า พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล

ปล. เป็นคนละอย่างกับ กามสูตร (กามคุณ) นะ

#5 By Barter on 2010-05-06 06:41